ม็อบสหรัฐรื้อรูปปั้นผู้นำยุคสงครามกลางเมือง-โคลัมบัส

news

กลุ่มผู้ประท้วงในหลายรัฐของสหรัฐ โดยเฉพาะที่เวอร์จิเนีย ร่วมกันทำลายอนุสาวรีย์ของนายเจฟเฟอร์สัน เดวิส ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐอเมริกา และนายคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจผู้ค้นพบทวีปอเมริกา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยอ้างจากรายงานของสื่อท้องถิ่นหลายแห่งในรัฐเวอร์จิเนีย ว่าผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งร่วมกันใช้อุปกรณ์รื้อถอนอนุสาวรีย์ของนายเจฟเฟอร์สัน เดวิส ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐอเมริกาในสมัยสงครามกลางเมือง โดยอนุสาวรีย์ของเดวิสตั้งอยู่บริเวณสี่แยกของเมืองพอร์ธสมัธ และความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ผู้ประท้วงไม่พอใจต่อการที่สภาเทศบาลเมืองพอร์ธสมัธ “ชะลอ” การพิจารณาย้ายอนุสาวรีย์แห่งนี้
  
ทั้งนี้ เดวิสเคยรับตำแหน่งรมว.กระทรวงกิจการสงคราม ในสมัยของประธานาธิบดีแฟรงคลิน เพียร์ซ ผู้นำสหรัฐคนที่ 14 แต่ด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างจึงไปเข้าร่วมกับฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นตรงกันว่า เดวิสมีประสิทธิภาพทุกด้านน้อยกว่าผู้นำฝ่ายสหภาพอย่างเทียบชั้นไม่ติด คือประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำสหรัฐคนที่ 16
 
หลังสงครามกลางเมืองยุติด้วยความปราชัยของฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา เดวิสถูกจับกุมฐานเป็นกบฏและรับโทษจำคุกอยู่ที่ฐานทัพฟอร์ต มอนโร ในรัฐเวอร์จิเนียนานประมาณ 2 ปี ก่อนได้รับอิสรภาพโดยไม่เคยมีการดำเนินคดีใด ต่อจากนั้นเดวิสเริ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนความสมานฉันท์ และขอให้บรรดารัฐฝ่ายใต้เข้าร่วมกับฝ่ายสหภาพ
 
ในวันเดียวกันยังมีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงที่เมืองริชมอนด์ ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐเวอร์จิเนีย รื้อถอนอนุสาวรีย์ของนายคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจผู้ค้นพบทวีปอเมริกาด้วย โดยให้เหตุผลว่าคือบุคคลที่เป็นชนวนของ “การกดขี่ชาวพื้นเมือง” นอกจากนี้ยังมีรายงานรูปปั้นของโคลัมบัสในอีกหลายรัฐของประเทศถูกทำลายเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดขึ้นเกือบ 1 สัปดาห์ หลังนายราล์ฟ นอร์แธม ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ประกาศเตรียมย้ายอนุสาวรีย์ของนายพลโรเบิร์ต อี. ลี ผู้บัญชาการคนสำคัญของกองกำลังฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา  ออกจากจัตุรัสใจกลางเมืองริชมอนด์ เมืองเอกของรัฐเวอร์จิเนีย โดยจะมีการนำอนุสาวรีย์ดังกล่าวซึ่งทำจากโลหะทองแดง ไปเก็บไว้ยังสถานที่ปลอดภัยก่อน แล้วในระหว่างนี้จะมีการหารือกับทุกภาคส่วน เพื่อการดำเนินการขั้นต่อไป